condo cost

อสังหาริมทรัพย์กับค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่อาศัยในคอนโด

 

condo cost การอยู่อาศัยในคอนโดหรือการซื้อคอนโดในปัจจุบันเรียกว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยล่ะค่ะ เพราะด้วยความที่วิถีชีวิตหรือว่าไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันเป็นวิถีชีวิตแบบคนกรุงฉบับเร่งรีบดังนั้นแล้วการอยู่อาศัยในคอนโดย่อมมีความสะดวกและที่สำคัญรู้สึกถึงความปลอดภัยมากกว่าอาศัยอยู่บ้านเดี่ยวดังนั้นแล้วการซื้อคอนโดจึงเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับคนวัยทำงานหรือวัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวในยุคปัจจุบันค่ะ ว่าด้วยเรื่องคอนโดแน่นอนว่าย่อมมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่กระบวนการขั้นตอนการจองมาจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์และหลายคนอาจจะคิดว่าพ่อซื้อคอนโดมาแล้วโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยคราวนี้ก็สบายล่ะค่ะเพราะว่าคอนโดนี้ก็เป็นสิทธิ์ของเราเรียบร้อยแต่เพียงผู้เดียวแน่นอนว่าย่อมดีกว่าการที่เราเอาเงินไปเช่าอพาร์ทเม้นท์ ในความคิดของหลายๆคน แต่อย่าลืมค่ะว่าค่าใช้จ่ายระหว่างที่เราอยู่อาศัยในคอนโดนั้นยังไม่หมดไปค่ะ เรามาดูกันค่ะว่าสำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อคอนโดต้องเผื่อค่าใช้จ่ายหลังจากการโอนกรรมสิทธิ์อะไรบ้าง

อย่างแรกเลยสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดค่ะที่เราจะได้ยินกันเสมอเสมอก็คือค่าส่วนกลางเป็นค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายให้กับทางนิติบุคคลต่อเนื่องทุกปีปีละ 1 ครั้งตามที่คอนโดเรียกเก็บ การจ่ายต่อเนื่องทุกปีถือได้ว่าเป็นค่าครองกรรมสิทธิ์คอนโดค่ะหากเราไม่ชำระค่าส่วนกลางย่อมมีผลทางกฎหมายคือเราจะไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆเกี่ยวกับคอนโดนี้ได้เลยหมายความว่าเราจะไม่สามารถทำการซื้อขายคอนโดแม้ว่าคอนโดห้องนั้นจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเรานั่นเอง สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนกลางนี้จำนวนเท่าไหร่มากหรือน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการค่ะว่าจะมีการเรียกเก็บมากน้อยแค่ไหน อาจจะขึ้นอยู่กับ Unit เป็นจำนวนตารางเมตรกันเลยนะคะดังนั้นห้องใหญ่จ่ายเยอะตามธรรมเนียมค่ะ

ต่อมาค่ะเรียกว่าเบี้ยประกันอัคคีภัยในกรณีที่เรากู้เงินธนาคารมาซื้อคอนโดส่วนใหญ่ธนาคารที่เขาปล่อยกู้มักจะแนะนำให้ลูกค้าทำประกันอัคคีภัยบนตัวคอนโดและให้เราซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเบี้ยประกันด้วยโดยที่เราสามารถแบ่งจ่ายเป็นงวดๆตามที่ตกลงกันกับธนาคารหรือตกลงกับบริษัทประกันภัยนั่นเองค่ะ

ส่วนที่ 3 ค่ะเรียกว่าเบี้ยประกันภัยอาคาร โดยที่นิติบุคคลอาคารชุดของคอนโดในบางโครงการ หรือที่เขาเรียกกันว่าประกันภัยความเสียหายของคอนโดไว้ด้วยค่ะซึ่งเบี้ยประกันต่างๆเหล่านี้ทางนิติบุคคลจะทำหน้าที่เป็นผู้มาเรียกเก็บจากเจ้าของร่วมทุกคนตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ซึ่งในกรณีนี้หากเราทำประกันภัยส่วนของตัวเราเองอยู่แล้วควรจะสอบถามรายละเอียดการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยกับทางนิติบุคคลด้วยเพื่อไม่ให้เกิดขอบเขตประกันซ้ำซ้อนเรียกว่าเราจะได้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยซ้ำๆนั่นเองค่ะ

ส่วนสุดท้ายเป็นค่าใช้บริการอื่นๆค่ะในกรณีที่เราอาศัยอยู่ในคอนโดเจ้าของคอนโดอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆเช่นค่าใช้จ่ายในด้านอินเตอร์เน็ตเคเบิ้ลทีวีซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับทางนิติบุคคลของแต่ละโครงการนั้นค่ะจะเป็นผู้กำหนดหรือกำหนดให้เป็นไปตามโปรโมชั่น หรือบางกรณีนิติบุคคลเขาก็จะจัดหา ผู้ให้บริการ สำหรับการเดินสายหรือว่าการติดตั้ง cable การติดตั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตสัญญาณ Wi-Fi ต่างๆหรือบริการเสริมต่างๆที่จะต้องมีการเดินสายไฟภายในคอนโดเพื่อไม่ให้เป็นการ เดินสายแบบมั่วๆอาจจะทำให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่สวยงามแก่คอนโดได้นั่นเองค่ะ